Share

“สศก. โดยกองทุน FTAอนุมัติเงินสนับสนุนจำนวน 21.88 ล้านบาท ผนึกกรมปศุสัตว์ และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พัฒนาศักยภาพผู้เลี้ยงโคเนื้อวากิว ส่งเสริมตลาดรองรับ FTA โคเนื้อ”

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 ว่า คณะกรรมการบริหารกองทุน FTA ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 21.88 ล้านบาท ให้แก่กรมปศุสัตว์เป็นผู้กำกับดูแลโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดโคเนื้อสุรินทร์วากิวครบวงจรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้เกษตรกรของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบครบวงจร ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อยกระดับมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคขุนพันธุ์สุรินทร์วากิว ให้เป็นเนื้อโคที่ดีมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ การอนุมัติเงินดังกล่าว สศก. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการ SSG ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย – ออสเตรเลีย (TAFTA) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นมา ซึ่งสินค้าโคเนื้อเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากตลาดภายในประเทศอย่างมาก แต่ปริมาณการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะเนื้อโคคุณภาพระดับเกรดไขมันแทรกตั้งแต่ระดับ 2.5 ขึ้นไป ซึ่งหากประเทศไทยสามารถผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพไขมันแทรกได้เอง อาทิ โคเนื้อลูกผสมยุโรป ได้แก่ ชาโรเร่ส์ แองกัส บราห์มัน หรือโคลูกผสมวากิวซึ่งเป็นโคสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทยจะสามารถลดการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศได้ การให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการนี้ จะเป็นการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพการผลิตโคขุนด้วยระบบการบริหารจัดการฟาร์มแบบคอกกลาง (Central Feedlot) ภายใต้คู่มือการปฏิบัติงาน ระเบียบการใช้จ่ายเงินและระบบบัญชี แผนงาน ผ่านกิจกรรมการจัดอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรผู้เป็นสมาชิก ตลอดจนมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินโครงการอีกด้วยซึ่งกิจกรรมทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และควบคุมโดยกรมปศุสัตว์ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 10 ปี โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบครบวงจร ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีเป้าหมายการผลิตลูกโคเพศผู้สำหรับขุนได้ ไม่น้อยกว่า 240 ตัว/ปี หรือ 2,400 ตัวตลอดทั้งโครงการ เป็นเนื้อโคขุนที่มีเกรดคุณภาพไขมันแทรกระดับ 2.5 ขึ้นไป จากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน GFM / GAP เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบน ซึ่งเป็นตลาดเนื้อโคขุนคุณภาพ นอกจากนี้ โครงการนี้ยังได้จัดทำความตกลงด้านการตลาด (MOU) กับบริษัทคู่ค้า เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรว่า มีตลาดรองรับผลผลิตอย่างแน่นอน ทั้งนี้ กองทุน FTA ถือเป็นหน่วยงานภายใต้ สศก. ที่มีความมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนเงินทุนแก่กลุ่มเกษตรกร สำหรับนำไปพัฒนาศักยภาพทั้งในด้านการผลิต และการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า เป็นการสนองต่อนโยบายภาครัฐ ตลอดจนบรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานกองทุน FTA